เนื้อสัตว์ พลังของความสด น้ำตาล

No Comments

Uncategorized

the sugar/น้ำตาล
น้ำตาล
เนื้อสัตว์/ meat
เนื้อสัตว์

เนื้อสัตว์

เราเชื่อกันมานานแล้วว่า เนื้อสัตว์ เป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่สุด จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและทำให้ร่างกายแข็งแรงตามหลักโภชนาการอาหาร 5 หมู่และบอกไว้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องบริโภคเนื้อสัตว์ กลไกส่งเสริมให้บริโภคเนื้อสัตว์ก็เหมือนกับเรื่องของนมที่มาจากอุตสาหกรรมการผลิต การตลาด ที่ผ่านการโฆษณาประชาสัมพันธ์หรือประกาศเป็นผลการวิจัยในรูปแบบต่างๆ

เนื้อสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เนื้อแดง  นั้น เป็นอาหารที่ย่อยสลายได้ช้ามาก ถ้าคุณมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีก็จะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สำหรับการย่อยในกระเพาะอาหารและใช้เวลาอีกประมาณ 3 วันในการดูดซึมสารอาหารจากเนื้อสัตว์ที่กินนั้นไปใช้ได้ทั้งหมด

นอกจากเนื้อสัตว์ยังเต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ และยังเป็นอาหารที่มีเส้นใยน้อยมาก จึงทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักในการผลิตเอนไซม์จำนวนมากเพื่อมาย่อยในเนื้อสัตว์ที่คุณกินเข้าไป แต่ทั้งนี้ เราสามารถช่วยเหลือร่างกายได้ ด้วยการกินผักสดควบคู่กันไปด้วย เอนไซม์ที่สามารถนำไปใช้ย่อยเนื้อสัตว์ ช่วยให้ร่างกายไม่ต้องรับภาระหนักจนเกินไป

ดังนั้นเมื่อห้ดี ก็ควรจะกินน้ำผักสดก่อนมื้ออาหารสระแก้วนึง  ซึ่งคงไม่ยุ่งยากเกินไปเลย หากว่าเป็นการกระทำเพื่อให้ร่างกายของคุณเอง

 

กินอะไรก็ได้อย่างนั้น คำพูดนี้เป็นจริงเสมอ และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแต่เรื่องกิน แต่ยังรวมไปถึงการบริโภคสิ่งต่างๆด้วย การเลือกว่าจะกินอะไรมีผลเกี่ยวเนื่องกับระบบย่อยของเราอย่างมาก ในระบบย่อยอาหารนั้นก็มีความสำคัญต่อสุขภาพมากเช่นกัน ด็อกเตอร์ท่านหนึ่งศึกษาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันวิทยาศาสตร์และการแก่ชราได้ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์นั้นสามารถมีชีวิตยืนยาวได้ถึง 120 ปี โดยปราศจากโรคภัยทั้งนี้อ้างอิงจากการทดสอบในระยะยาวกับหนู ที่ปกติแล้วมีอายุโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2 ปี แต่หนูในห้องทดลองของด็อกเตอร์ท่านนี้ มีอายุยืนยาวกว่าปกติถึง 2 เท่า หนูเป็นสัตว์ที่ต้องกินอาหารอยู่เกือบตลอดเวลา ดังนั้นระบบย่อยของมันจึงต้องทำงานหนักตามไปด้วยวิธียืดอายุของดอกเตอร์เท่านี้นำมาใช้กับหนูทดลองนั้น เพียงแค่ให้พวกมันได้หยุดพักระบบย่อยเพียง 2 วันต่อสัปดาห์เท่านั้นก็สามารถทำให้มันอายุยืนยาวได้ขึ้น

นี่แสดงให้เห็นแล้วว่า ระบบย่อยอาหารมีความสําคัญต่อร่างกายของคุณมากแค่ไหน การพับระบบย่อยอาหารเป็นประจำ ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่แผนที่อาหาร 1 มื้อในแต่ละวันด้วยน้ำผัก ไม้สด และควรจะทำเป็นประจำทุกวันเพื่อสุขภาพและชีวิตที่ยืนยาวของตัวคุณเอง

 

พลังของความสด

เราปลูกฝังกันมาว่า การกินอาหาร ‘ดิบๆ’ จะทำให้เกิดความเสี่ยงในการมีพยาธิหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เราจึงนิยมปรุงอาหารให้สุกก่อนที่จะรับประทาน และการใช้ความร้อนปรุงอาหารนั้นนอกจากจะฆ่าเชื้อโรคได้แล้วยังทำลายคุณค่าทางสารอาหารด้วย ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าให้คุณบริโภคอาหารทุกชนิดในขณะที่ยังดิบอยู่ เพราะอาหารบางประเภทก็ควรจะทำให้สุกก่อนที่จะรับประทาน เช่น เนื้อสัตว์บางชนิด แต่ก็ควรจะระวังไม่ใช่ความร้อนมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดสารพิษที่ยากจะขจัดออกจากร่างกายได้

ผักและผลไม้นั้นเป็นอาหารที่คุณควรจะกินสดๆเพราะการปรุงให้สุกก่อนกินนอกจากจะทำให้เสียคุณค่าทางอาหารแล้ว ความร้อนอาจจะเปลื่ยนโครงสร้างของผักและผลไม้อย่างสมบูรณ์เลยทีเดียว

ตัวอย่างเช่น แครอทสดๆโน้ตอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูงมาก แต่หาคุณนำแครอทไปปรุงสุก สิ่งที่คุณจะได้จากการกินก็คือ แป้งและน้ำตาลที่เทียบเท่าได้กับการดื่มน้ำอัดลมเลยทีเดียว

ผู้คนจำนวนมากเสียเวลาไปกับการปรุงอาหารเพื่อทำให้วัตถุต่างๆนั้นมีความอร่อยขึ้น โดยไม่ถนัดว่าเวลาที่คุณกำลังเสียไปนั้นคุณกำลังลดทอนคุณค่าของวัตถุดิบเหล่านั้นออกไปด้วยเช่นกัน

 

น้ำตาล

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับวิธีการรักษาโรคอ้วนอย่างจริงจัง โรคอ้วนนั้นนอกจากจะทำให้คุณดูไม่ดีแล้วยังเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายต่างๆอาทิโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และคนอื่นๆ จากการศึกษาและวิจัยในรูปแบบต่างๆพบว่า ‘ไขมัน’ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โรคอ้วน ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มตระหนักไปกับความจริงข้อนี้ และพยายามหลีกเลี่ยงการบริโภคไขมัน ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค คณะผู้ประกอบการจึงนำเสนอทางเลือกใหม่แก่เรา ด้วยการผลิตภัณฑ์อาหารประเภท ‘ไม่มีไขมัน’ หรือ ‘ไขมันต่ำ’ ออกสู่ตลาดมากมาย พวกเราเองก็พากันเชื่อว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถแก้ปัญหาของเราได้ ในแง่ของการลดความอ้วนหรือการป้องกันโรคอ้วน

จากการสำรวจพบว่าการบริโภคไขมันโดยเฉลี่ยต่อคนในช่วง 30 ปีมานี้ ลดลงถึงคนละ 16 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน่าจะหมายความว่าจำนวนคนที่เป็นโรคอ้วนลดลงใช่ไหม แต่ในความเป็นจริงแล้วพบว่าสถิติของคนที่เป็นโรคอ้วนกับเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยมีน้ำหนักเฉลี่ยเพิ่มขึ้นต่อคนลาว 6 กิโลกรัม ข้อมูลนี้แปลว่าอะไร ทั้งทั้งที่เราบริโภคไขมันลดลงแต่ทำไมถึงมีคนเป็นโรคอ้วนมากขึ้น

ทั้งนี้ก็เพราะในบรรดาอาหารที่’ไม่มีไขมัน’หรือ’ไขมันต่ำ’ที่เรานิยมซื้อมาเพื่อบริโภคเพื่อลดความอ้วนเรานั้น มีการปรุงแต่งรสชาติให้อร่อยถูกปากด้วยวิธีเพิ่มปริมาณน้ำตาลกัดขาวและคาร์โบไฮเดรตเข้าไปแทนที่ไขมัน ซึ่งการบริโภคทั้งสองสิ่งนี้เข้าไปในปริมาณมากเป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วนขึ้นไม่น้อยไปกว่าการบริโภคไขมันเลย

ปัญหาในการบริโภคน้ำตาลกัดขาวมีได้รับการพูดถึงและเผยแพร่ออกมาพอสมควร ทำให้คนส่วนใหญ่หันไปบริโภคน้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายสีรำแทน  ซึ่งนับเป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์ น้ำตาลทรายแดงที่นิยมใช้ทำขนมหรือกินกับขนมหวานอย่าง เฉาก๊วยหรือเต้าฮวยนั้นเป็นน้ำตาลที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการกลั่นหรือฟอกสีเหมือนน้ำตาลทรายขาวก็จริง ใช้กระบวนการทำที่เขี้ยวข้นจนกลายเป็นผงนั้นก็ส่งผลแก่ร่างกายของคุณไม่ต่างไปจากน้ำตาลทรายขาวเลย ส่วนน้ำตาลทรายสีรำที่มีหน้าตาเหมือนกับน้ำตาลทรายขาวแต่มีสีทองสัญญาณนั้น ก็คือน้ำตาลทรายขาวที่ผ่านการฟอกสีแบบไม่สมบูรณ์ ดังนั้นสรรพคุณของมันจึงไม่ต่างจากน้ำตาลทรายขาวเลยแม้แต่น้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *