พวกบ้าสุขภาพ!!

ทำไมเราถึงง่วงนอนหลังจากรับประทานอาหารมื้อใหญ่?

คำตอบคือร่างกายของเราไม่มีพลังงานมากพอที่จะจัดการกับอาหารปริมาณมากที่เรากินเข้าไปในคราวเดียวได้ เพราะนอกจากจะต้องย่อยสลายอาหารที่เรากินเข้าไปแล้ว ร่างกายยังต้องใช้พลังงานจำนวนมากมาแปรรูปสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้น เป็นพลังงานส่งต่อไปยังเซลล์ต่างๆ และขจัดของเสียออกไปอีกร่างกายจะมองหาแหล่งพลังงานจากทุกระบบเท่าที่จะเป็นไปได้แม้แต่ระบบประสาท เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการเหล่านี้

พลังงานที่ใช้ในการมองเห็น การได้ยินและการมีสติรู้สำนึกจะถูกร่างกายเรียกคืนกลับมาเป็นอันดับแรก เพื่อนำไปช่วยในการย่อยอาหารแทน ดังนั้นขณะที่คุณรู้สึกว่าการกินอิ่มมากๆและทำให้หลับสบายหรือหลับสนิทนั้น โปรดรู้ไว้เถอะว่า ร่างกายของคุณกำลังทรมานจากภาวะกึ่งหมดสติ ฉันไม่ต่างอะไรกับการอยู่ในภาวะโคม่าเลย

พวกบ้าสุขภาพ!!

เพราะในช่วงเวลาที่คุณคิดว่าตัวเองกำลังพักผ่อนนั้นที่ แท้จริงแล้วร่างกายของคุณกำลังทำงานอย่างหนัก จนไม่เหลือพลังงานมากพอที่จะทำให้คุณมีสติหรือรู้ตัวได้

คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่พอใจจะอยู่กับวิถีชีวิตที่คุ้นเคย ทั้งกินอาหารแบบเดิมๆ ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ทำให้มุมมองของเราที่มีต่อสุขภาพค่อนข้างจะบิดเบือนไป ตอนนี้เราคิดว่าเป็นเรื่องปกติที่มีแต่อาการง่วงเหงาหาวนอน  น้ำหนักเกินหรือคิดว่าการมีความเครียดเพิ่มขึ้นทุกวันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีอายุมากขึ้นสุขภาพจะต้องแย่ลง เมื่อเข้าสู่วัย  40  50  60  นั่นหมายถึง โรคไขข้อ โรคกระดูกพรุน ตับและไตเสื่อม ลำไส้ผิดปกติ และคนอื่นๆ ในขณะเดียวกันเรากลับมองว่าคนที่พยายามกินแต่ของที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายทุกวัน เป็นพวกรักสุขภาพเกินเหตุหรือพวกบ้าสุขภาพ

แต่เราเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า ทำไมน้องถึงตามหาคนที่พยายามทำตัวเองมีสุขภาพดีเป็นพวกหน้าแปลกประหลาด ทั้งๆ ที่ความพยายามเพื่อการมีสุขภาพดี แข็งแรง และปราศจากโรคภัยนั้นเป็นสิ่งที่เราควรจะทำ ทั้งนี้ก็เพราะในความเป็นจริงคนเรามักจะมองอะไรก็ตามที่ผิดเพี้ยนไปจากหมู่มากเป็นเรื่องที่แปลกหรือผิดปกติในขณะที่มนุษย์ บอกว่าตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตที่ฉลาดที่สุดในโลกนั้น พวกเขายังคงกินและดื่มแต่สิ่งที่เรารู้อยู่แก่ใจว่า มีผลร้ายต่อสุขภาพโดยไม่สามารถจะเลิกหรือยุติการบริโภคเหล่านั้นได้จึงพยายามหาทางออกให้กับตัวเอง โดยมองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นเป็นเรื่องปกติ และเพราะพวกเขาไม่ได้ตระหนักว่าสิ่งที่ตนกำลังทำอยู่นั้นก่อให้เกิดปัญหากับตัวเองมากขนาดไหน ทั้งที่มันทำให้ต้องรู้สึกเหนื่อย ขี้เกียจน้ำหนักเกิน ซ้ำยังต้องทรมานจากโรคภัยที่เข้ามารุมเร้า แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมก้าวออกจากวังวนเหล่านี้

วิจารณ์คนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดีหรือทำตัวเองให้ดูดีขึ้น

ในความเป็นจริงนั้นเราทุกคนมีความฝันที่อยากจะเป็นคนที่ดูดี มีสุขภาพที่ดี รูปร่างสวยงาม อารมณ์แจ่มใสร่าเริง มีชีวิตชีวา แต่คนบางกลุ่มคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความฝันซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจที่ตนเองจะบันดาลได้ จึงพยายามทำให้อุปนิสัยการกินและการดำเนินชีวิตของพวกเขากลายเป็นเรื่องปกติ ด้วยเหตุนี้จึงมีคำพูดประมาณว่า “ถึงฉันจะอ้วนแต่ฉันก็มีความสุข”หรือ”พรุ่งนี้ค่อยพยายามใหม่ก็ได้นะ” ในขณะเดียวกันก็พยายามทำให้คนที่ดูดีและใส่ใจสุขภาพดูแย่ลง ด้วยการกล่าวหาพวกเขาเหล่านั้นเป็นพวก”น่าเบื่อ ใช้ชีวิตไม่คุ้มค่า บ้าสุขภาพ”

เป็นทางเลือกที่ง่ายมากกว่าคุณจะเลือกวิจารณ์คนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี หรือทำให้คุณดูดีขึ้นด้วยตัวเอง เพราะแท้จริงแล้วนั้นง่ายมากที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นได้ ทั้งหมดที่คุณต้องการก็คือความรู้สึกที่ถูกต้อง แรงบันดาลใจ และน้ำผักผลไม้สดอย่างน้อย 1 แก้วต่อวันเท่านั้นเอง

ซึ่งนับเป็นวิธีง่ายมาก แต่จะได้ผลก็ต่อเมื่อคุณลงมือทำอย่างจริงจัง คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าอะไรที่ควรกิน อะไรที่ควรดื่ม เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี แต่เรายังคงกินอาหารขยะ ตั้งทั้งที่รู้ว่านั่นไม่ดีเพราะร่างกายของเรา นอกจากนี้เรายังถูกล้างสมองจากการได้รับข้อมูลแบบเป็นผิดๆ ผ่านทางโฆษณาชวนเชื่อและอื่นๆ บทความนี้จึงได้รวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆ เพื่อตอบโต้กับข้อมูลที่คุณเคยได้รับมาอย่างผิดๆเหล่านั้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดตัวคุณเองต้องเป็นผู้ปฎิบัติ ไม่ใช่ผู้วิจารณ์